วันนี้วันเกิดแต่เนื่องจากเพิ่งหายป่วยมา ต้องย้อนไปตอนป่วยนิดนึงคือ ทานข้าวไม่ได้ (ทำนองเบื่ออาหาร ฝืนกินจะอาเจียน)กินได้แต่พวกน้ำเกลือแร่กับผลไม้นิดๆหน่อยๆ ในที่สุดก่อนจะตายก็กระเสือกกระสนไปหาหมอ (หลังป่วยมา 6 วัน) สรุปหมอบอกว่าเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้และกระเพาะ ที่สำคัญคือ เครียดลงกระเพาะ (ตรูเครียดเหรอเนี่ย - -) ได้ยาปรับลำไส้ ยาแก้อาเจียน ยาเจริญอาหาร ยาคลายกังวลฯลฯ มากิน ช่วงนี้นอนอย่างเดียว ทำนองนอน 2 ทุ่ม ตื่นมันอีกที 8 โมงเช้า (12 ชม.)
เช้าวันเกิดนี้ก็เพิ่งนอนมาเต็มอิ่ม ตื่นมาก็จำไม่ได้หรอกว่าวันเกิดตัวเอง เพราะถูกเลี้ยงมาแบบไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันใดๆ เป็นพิเศษ (นอกจากคริสมาสต์กับปีใหม่)แต่สายแรกของวันนี้ทำเอารู้สึกว่าชีวิตนี้สดใสเสียจริงๆ คนที่โทรมา ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ อาจจะเรียกได้ว่า soul mate อย่างที่เขาฮิตๆ เรียกกันน่ะแหล่ะ ประเภทว่าชาติก่อนเคยมีความผูกพันกัน และสำหรับเราในชาตินี้เขาเป็นผู้ชายที่เรารักที่สุดในชีวิตเรา (แต่ไม่ใช่แฟน) ที่เราก็เคยเล่าให้ฟังในบล็อคนี้แล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ขอย้อนระลึกถึงล่ะกัน
เรารู้จักกันครั้งแรกตอน 5 ขวบ เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องชั้นอนุบาล จำได้ว่าตอนเด็กๆ ถูกเด็กเกเรแกล้ง เขานี่แหล่ะที่เข้ามาช่วย จากนั้นโลกของพวกเราในวัยเด็กก็มีกันเพียง 2 คน (ไม่มีใครคบแล้ว 555)แต่พอขึ้นประถม 1 เราต้องแยกจากกัน เราไม่รู้เลยว่า เขาไปอยู่ไหน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจนถึงป.6 จึงได้แต่อธิฐานทุกวันว่า "ขอให้ได้เจอ" และในที่สุดเราก็เจอกันโดยบังเอิญ และมีเวลาสนิทสนมเพียงสั้นๆ เพราะหลังจากนั้นเราก็แยกย้ายไปขึ้นม.ต้น ซึ่งเราไม่รู้ว่าเขาไปที่ไหน ก็ได้แต่ภาวนาอีกครั้ง
จนได้เจอโดยบังเอิญตอนม.3 ในอีกฟากถนน เราได้คุยกันสั้นๆ และจากกันอีกครั้ง (ตอนนั้นไม่รู้จักขอเบอร์โทรหรือที่อยู่กันเลย) เราไม่ได้เรียนต่อม.ปลาย เนื่องจากมาต่อสายอาชีวะ แล้วก็ไม่รู้เลยว่า เขาไปอยู่ที่ไหน แต่เมื่อเรากลับมาที่โรงเรียนเก่าที่เรียนตอนม.ต้น เราก็เจอเขาเดินสวนโดยบังเอิญ ตะครุบตัวแทบไม่ทัน เขาก็ถามว่าทำไมถึงเรียนต่อที่อื่น ทั้งๆ ที่เขาอุตส่าห์มาเรียนต่อที่เดียวกันแล้ว ตอนนั้นแหล่ะที่เราได้แลกรูปและเบอร์กัน
แต่ว่า ไม่ใช่ว่าเราจะโทรคุยกับกุ๊กๆกิ๊กๆ หรือจีบกันเหมือนคู่อื่น แต่เราโทรคุยกันแค่ปีละ 3 ครั้ง (1.วันปีใหม่ 2.วันเกิดเขา 3.วันเกิดเรา) นอกเหนือจากนั้นตลอดทั้งปีแทบไม่ได้โทรคุย ส่วนเจอหน้าก็ไม่ต้องหวังเลยเจอหน้ากันครั้งสุดท้ายก็ 10 ปีที่แล้ว แต่ว่าเราก็โทรคุยกันปีละ 3 - 4ครั้งตามที่บอกน่ะแหล่ะ
ไม่ใช่ไม่ให้ความสำคัญ สำหรับเราแล้ว เรารักเขามาก แต่ไม่ใช่แบบคนรักนะ ... แค่รู้สึกรักและผูกพันมาก แต่ให้เป็นแฟนน่ะไม่เอาเด็ดขาด.. เคยฝันว่า ไม่สามารถติดต่อเขาได้ เบอร์โทรของเขาที่มีทั้งหมด โทรหาเขาไม่ได้ ในฝันเราล้มตัวลงขดตัวกับพื้นแล้วร้องไห้ พร่ำพูดแต่คำว่า "อยากพบๆๆ" ตื่นขึ้นมาก็ยังร้องไห้ เพราะสำหรับเราแล้วแม้ในชีวิตประจำวันเราไม่ได้มีอะไรเกี่ยวโยงกับเขา เราไม่ได้พูดคุย ไปเที่ยวหรืออะไรกันเลย แต่ถ้าเขาเป็นอะไรไป มันเหมือนโลกทั้งโลกของเราล่มสลาย ทุกสิ่งทุกอย่างถล่มทลายไปต่อหน้า เราเองคงไม่อาจมีชีวิตต่อได้ จึงได้แต่ภาวนาอยากให้เขามีชีวิตที่มีความสุขอยู่ไปนานๆ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเขา แต่เพื่อตัวเราเองด้วย
เพราะเราไม่ใช่ผู้ชาย เราไม่สามารถที่จะสร้างความสัมพันธ์สนิทสนมกันได้โดยบริสุทธิ์ใจ เราคิดเสมอว่า ถ้าเพียงเราเป็นผู้ชาย เราคงมีความทรงจำที่ดีเยอะแยะ เราคงเตะบอลด้วยกัน ยิงนกตกปลา ท่องเที่ยวไปด้วยกัน เป็นเพื่อนตายกัน แต่ว่า ความที่ต่างเพศ เราเกรงว่าเขาจะไม่สามารถแยกออกได้ว่าเรารักเขาในแง่ไหน การทิ้งระยะห่างแบบนี้จึงเป็นทางที่เราตัดสินใจจะให้เป็นไป...เพียงแค่ปีละ 2 - 3 ครั้งที่คุยกันแล้วรู้ว่าเขายังอยู่อย่างมีความสุขก็เพียงพอสำหรับเราแล้ว..
เอาล่ะกลับเข้ามาเรื่องวันเกิด แอบแวะไปดูที่ hi5 คนอวยพรวันเกิดมาเยอะมาก จนคิดว่า "คนอย่างช้านนี่ก้มีเพื่อนกับเขาด้วยแหะ *0*" (55) เพื่อนๆ ที่ทำงานก็เดินมาอวยพร บางรายก็ให้ของขวัญซึ่งบอกตรงๆ ว่า ก็ไม่คาดว่าจะได้ของขวัญมาก่อน ก็อย่างที่บอกว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันนัก แต่ก็ดีใจที่คนรอบๆ ข้างให้ความสำคัญ รู้สึกหายป่วยปลิดทิ้งเลยทีเดียว ส่วนแฟน...ไม่โทรมาแหะ คาดว่าจะลืม..แต่เราก็ไม่ใช่คนจุกจิก ผู้ชายไม่ใช่เพศที่ละเอียดอ่อนอยู่แล้ว อีกอย่างวันๆ เขาก็ไม่ได้คุยเมลล์ เล่นบล็อค หรือแชท hi5 ไอ้การจะมาจำวันเกิดเราได้มันยากกก อยู่แล้ว เราก็เลยไม่วอรี่ เขาเป็นอย่างที่เขาเป็นนั่นก็เป็นเรื่องดีแล้วล่ะ (555) มีคนแอบถามว่า แฟนกับ Soul Mate รักใครมากกว่ากัน?? จริงๆ คือ เท่ากัน แต่รักคนละแง่..ที่สำคัญคือ อาจจะเอียงไปทาง Soul mate ด้วยซ้ำ - -" ฉะนั้นอย่าเทียบเลยดีกว่า
วันเกิดปีนี้ก็หวังให้ soul mate คนนั้นอยู่ดีมีสุขให้โทรคุยกันได้อีกหลายๆ ปีจนแก่เฒ่า (ถึงจะปีละไม่กี่ครั้งก็ตาม) ไว้เผื่อมีลูกจับหมั้นกันแบบละครไทยก็ได้นะเอ้า 555 แล้วก็ขอบคุณทุกคนทุกคำอวยพรนะคะ อยากบอกว่า ชีวิตนี้ มีความสุขที่สุดแล้ว (แล้วทำไมตูถึงเครียดลงกระเพาะฟะ?)
ปิดท้ายด้วยภาพที่ชอบมากที่สุดในชีวิต..ถ้าใครบอกได้ว่านี่คือที่ไหน โปรดบอกด้วย สักวันจะไปดูภาพนี้ให้เห็นกับตาให้ได้
และขอบคุณทุกๆ คำอวยพร ทุกๆ เมซเซจ และของขวัญทุกๆ ชิ้นค่ะ
edit @ 10 May 2008 09:22:15 by por-kk